เจ้าของตึกแถว ร้านค้า หรือสำนักงานขนาดเล็กอาจคิดว่าระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้จำเป็นเฉพาะอาคารสูง ความเข้าใจนี้อาจทำให้ข้ามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับอาคารของตน เพราะกฎหมายพิจารณาประเภทและการใช้สอยร่วมกับขนาด
วิธีตรวจเบื้องต้นคือระบุประเภทอาคารให้ตรงนิยาม แล้วอ่านเงื่อนไขของข้อกำหนดทีละเรื่อง จำนวนเครื่องดับเพลิง ระบบแจ้งเหตุ และทางหนีไฟเป็นคนละประเด็น ไม่ควรนำเกณฑ์ของอุปกรณ์หนึ่งไปตอบแทนอีกระบบหนึ่ง
จำนวนชั้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่ง

คำว่าอาคารขนาดเล็กในภาษาทั่วไปไม่ได้เป็นข้อยกเว้นอัตโนมัติของกฎหมาย อาคารสองหลังที่มีสองชั้นเหมือนกันอาจเป็นบ้านแฝดกับสำนักงาน ซึ่งต้องตรวจประเภทตามกฎหมายก่อนใช้เงื่อนไขระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้
กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 พ.ศ. 2537 ข้อ 2 ระบุกลุ่มอาคารที่ต้องมีวิธีการป้องกันอัคคีภัยตามกฎกระทรวง เช่น ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว บ้านแฝด อาคารที่ใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชนตามรายการ อาคารอยู่อาศัยรวมและหอพักตามเงื่อนไข รวมถึงอาคารอื่นตามเกณฑ์จำนวนชั้น [1]
นอกจากตัวอาคาร หากพื้นที่นั้นเป็นสถานประกอบกิจการ ก็ต้องตรวจหน้าที่นายจ้างตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานด้วย การมีระบบของเจ้าของอาคารอยู่แล้วควรตรวจต่อว่าครอบคลุมพื้นที่ที่ผู้เช่าใช้จริงและมีผู้รับผิดชอบดูแลชัดเจนหรือไม่ [2]
อ่านข้อ 4 ถึงข้อ 6 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 39 ร่วมกัน

ข้อ 4 กำหนดให้ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว และบ้านแฝดที่สูงไม่เกิน 2 ชั้น มีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้อย่างน้อย 1 เครื่องทุกคูหา ส่วนที่สูงเกิน 2 ชั้น ต้องมีอย่างน้อย 1 เครื่องทุกชั้นและทุกคูหา ทั้งนี้ต้องอ่านองค์ประกอบของระบบตามข้อ 6 ประกอบ [1]
ข้อ 5 กล่าวถึงอาคารอื่นนอกจากอาคารตามข้อ 3 วรรคหนึ่ง ที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นในหลังเดียวกันเกิน 2,000 ตารางเมตร โดยกำหนดให้มีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทุกชั้นด้วย ส่วนข้อ 6 ระบุอุปกรณ์แจ้งเหตุอัตโนมัติและใช้มือ รวมทั้งอุปกรณ์ส่งเสียงหรือสัญญาณให้ผู้ใช้อาคารรับรู้อย่างทั่วถึง [1]
ดังนั้น การอ่านเพียงคำว่า “1 เครื่อง” แล้วเลือกซื้ออุปกรณ์เดี่ยวโดยไม่ตรวจองค์ประกอบระบบอาจไม่ตรงเจตนาของข้อกำหนด และการที่อาคารมีพื้นที่ไม่ถึงเกณฑ์หนึ่งก็ไม่ได้ทำให้พ้นข้ออื่นทั้งหมด ควรให้ผู้ออกแบบตรวจประเภท ข้อบัญญัติท้องถิ่น และเงื่อนไขอาคารเดิมก่อนสรุปแนวทาง
ปรับปรุงอาคารเดิมต้องสำรวจมากกว่าจำนวนหัวตรวจจับ

เมื่อตึกแถวเปลี่ยนจากร้านค้าโล่งเป็นสำนักงานที่แบ่งห้อง ควรตรวจทางเดินควัน การได้ยินเสียงเตือน และการเข้าถึงปุ่มแจ้งเหตุใหม่ อุปกรณ์เดิมอาจยังทำงาน แต่ผนังที่เพิ่มขึ้นสามารถทำให้การตรวจจับหรือการแจ้งเตือนไม่ครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน
ช่างควรสำรวจแนวสาย ตู้ควบคุม แหล่งจ่ายไฟ และอุปกรณ์ทั้งหมด พร้อมเทียบกับเอกสารเดิม หากไม่มีแบบ ให้เริ่มจากจัดทำบัญชีจุดและผังระบบก่อนเสนอปรับปรุง การเพิ่มหัวตรวจจับโดยไม่ตรวจพิกัดวงจรหรือความเข้ากันได้อาจทำให้ระบบเดิมเกิดข้อขัดข้อง
เจ้าของอาคารตรวจภายนอกได้ว่าอุปกรณ์ถูกทาสี ปิดคลุม หรือมีของกีดขวางหรือไม่ แล้วบันทึกภาพให้ผู้รับผิดชอบ การเปิดตู้ เปลี่ยนสาย หรือทดสอบที่อาจทำให้สัญญาณดังควรให้ผู้มีความรู้ดำเนินการตามแผน พร้อมตรวจคืนระบบหลังจบงาน
ข้อควรตรวจสอบสำหรับผู้อ่าน
ระบุได้ว่าอาคารเป็นตึกแถว บ้านแฝด สำนักงาน หรือประเภทใด
อ่านเงื่อนไขข้อ 4–6 โดยไม่แยกจำนวนอุปกรณ์ออกจากองค์ประกอบระบบ
ตรวจว่ามีการเปลี่ยนการใช้งานหรือแบ่งห้องเพิ่มเติม
ตรวจระบบเดิมและเอกสารก่อนเพิ่มอุปกรณ์
นำข้อสงสัยเรื่องอาคารเดิมหารือผู้รับผิดชอบพร้อมแบบและใบอนุญาต
การนำไปใช้กับอาคารของคุณ
แม้อาคารมีพื้นที่ไม่มาก การตรวจประเภทและการใช้งานให้ถูกต้องยังจำเป็น หากต้องการสำรวจระบบเดิมก่อนปรับปรุง สามารถสอบถาม บริษัท ซีเมเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด ที่ www.cmajortechnology.com เพื่อวางขอบเขตงานให้เหมาะกับอาคาร
แหล่งอ้างอิง
[1] กระทรวงมหาดไทย กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 พ.ศ. 2537 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 [2] กระทรวงแรงงาน กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555ราชกิจจานุเบกษา 9 มกราคม 2556 ข้อ 2 เรื่องจัดให้มีและดูแลระบบให้พร้อมใช้งาน มีสำเนาทางการที่ https://www.kudruea.go.th/index/load_data/?doc=9955
[3] วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2567รายการหนังสือยืนยันชื่อและฉบับมาตรฐาน ใช้ฉบับเต็มที่โครงการอ้างอิงสำหรับข้อกำหนดรายละเอียด


Facebook Comments