คำถามว่า “หัวตรวจจับต้องห่างกันกี่เมตร” มักเกิดขึ้นตอนคำนวณงบหรือเดินตรวจอาคาร แต่ระยะที่ใช้ได้ในห้องหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกห้อง เพราะอุปกรณ์และรูปทรงเพดานต่างกัน
การตรวจตำแหน่งจึงควรเริ่มจากเกณฑ์ที่ใช้ในแบบและคู่มือรุ่นจริง แล้วเทียบสภาพพื้นที่ โดยไม่ใช้ตัวเลขจากภาพตัวอย่างหรืออาคารอื่นแทนการออกแบบ
ระยะติดตั้งต้องมาพร้อมเงื่อนไข

ระยะห่างของหัวตรวจจับสัมพันธ์กับชนิด สมรรถนะ และข้อจำกัดของอุปกรณ์ รวมถึงความสูงและรูปทรงเพดาน ผู้ออกแบบต้องพิจารณาว่าข้อมูลระยะที่อ้างใช้กับสภาพใด และมีข้อจำกัดที่ทำให้ต้องปรับตำแหน่งหรือจำนวนหรือไม่
ตัวอย่างเฉพาะรุ่นในคู่มือ NOTIFIER FSV-951 ระบุระยะ 30 ฟุต หรือประมาณ 9.1 เมตร สำหรับกรณีเพดานเรียบและการไหลของอากาศต่ำ พร้อมให้พิจารณา NFPA 72 และคำแนะนำการใช้งานเฉพาะ [1] ตัวเลขนี้เป็นเงื่อนไขของคู่มือดังกล่าว ไม่ใช่ระยะสากลของหัวตรวจจับทุกชนิดหรือข้อกฎหมายไทยทุกอาคาร
การตรวจจึงต้องดูทั้งจุดติดตั้งที่อยู่กลางห้องและพื้นที่ริมขอบหรือมุมห้อง ตลอดจนข้อกำหนดการครอบคลุมพื้นที่ ไม่ใช่วัดเฉพาะระยะระหว่างหัวสองตัวแล้วสรุปว่าผ่าน หากเอกสารไม่แสดงเหตุผลของระยะที่เลือก ควรขอรายละเอียดจากผู้รับผิดชอบออกแบบ
คาน ช่องลม และสิ่งกีดขวางเปลี่ยนทางเดินควันได้

คานลึก เพดานหลุม ผนังที่ขึ้นชนเพดาน และช่องเปิดต่าง ๆ ทำให้ลักษณะพื้นที่เหนือศีรษะไม่เหมือนพื้นราบโล่ง ขณะเดียวกัน ช่องจ่ายหรือช่องดูดอากาศอาจมีผลต่อการเคลื่อนตัวของควัน จึงต้องตรวจทั้งแบบสถาปัตยกรรมและระบบอากาศ
ตัวอย่างเช่น ห้องเดิมเป็นสำนักงานโล่ง แต่เพิ่มผนังกระจกถึงเพดานเพื่อทำห้องประชุม หัวตรวจจับที่เคยดูเหมือนอยู่ใกล้พื้นที่ใหม่อาจถูกผนังแบ่งออกจากห้อง การวัดระยะผ่านผนังจึงไม่ได้แสดงว่าควันจะไปถึงหัวเดิมได้ตามที่ต้องการ
ชั้นวางสูง ป้ายแขวน หรือวัสดุตกแต่งที่เพิ่มภายหลังควรถูกบันทึกในการสำรวจด้วย ผู้ตรวจเบื้องต้นไม่จำเป็นต้องคำนวณออกแบบเอง แต่ควรถ่ายภาพและระบุตำแหน่งให้ชัด เพื่อให้ผู้มีความรู้ประเมินตามมาตรฐานและคู่มือที่โครงการใช้
ตรวจตำแหน่งจริงและปรับเอกสารหลังย้ายอุปกรณ์

ก่อนส่งมอบ ให้เทียบตำแหน่งหัวตรวจจับจริงกับแบบที่อนุมัติและตรวจสิ่งที่ติดตั้งภายหลัง เช่น ฝ้า โคมไฟ ช่องลม และผนัง เพราะการเปลี่ยนแปลงงานสถาปัตยกรรมระหว่างก่อสร้างอาจทำให้ตำแหน่งเดิมไม่เหมาะสม แม้ช่างจะติดตั้งตรงตามแบบฉบับเก่าก็ตาม
หากจำเป็นต้องย้ายหัวตรวจจับ ควรมีการพิจารณาจากผู้ออกแบบและบันทึกการแก้ไข ตรวจสาย ฐาน และการระบุจุด จากนั้นทดสอบตามขอบเขตที่ได้รับผลกระทบ และจัดทำ As-built Drawing หรือแบบติดตั้งจริงให้ตรงกับงานที่ส่งมอบ
เมื่ออาคารเปิดใช้งาน ผู้ดูแลควรนำแบบล่าสุดมาใช้ตรวจการเปลี่ยนพื้นที่เป็นระยะ จุดที่ถูกคลุม ทาสี หรือมีสิ่งกีดขวางควรแจ้งแก้ไข ไม่ควรปรับตำแหน่งเองเพื่อให้เรียงสวยกับโคมไฟ เพราะความสม่ำเสมอด้านรูปลักษณ์ไม่ได้ยืนยันประสิทธิภาพการตรวจจับ
ข้อควรตรวจสอบสำหรับผู้อ่าน
ระบุรุ่นและเกณฑ์ระยะที่ใช้ในแบบได้
ตัวเลขระยะมีเงื่อนไขเพดานและการไหลของอากาศกำกับ
ตรวจคาน ผนัง ช่องลม และสิ่งกีดขวางจริง
การย้ายอุปกรณ์ได้รับการพิจารณาและทดสอบ
แบบติดตั้งจริงตรงกับผังที่ใช้งานปัจจุบัน
การนำไปใช้กับอาคารของคุณ
ตำแหน่งที่เหมาะสมต้องสัมพันธ์กับทางเดินควันและข้อจำกัดอุปกรณ์ หากอาคารมีการกั้นห้องหรือเปลี่ยนฝ้า สามารถติดต่อ บริษัท ซีเมเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อหารือการสำรวจและตรวจผลกระทบต่อระบบที่ www.cmajortechnology.com
แหล่งอ้างอิง
[1] Honeywell NOTIFIER FSV-951 and FSV-951-IV Installation and Maintenance Instructions I56-4281-001คู่มือเฉพาะรุ่น หน้า 1 เรื่องความเข้ากันได้และระยะ หน้า 2 เรื่องทดสอบ ทำความสะอาด และคืนระบบ
[2] วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2567รายการหนังสือยืนยันชื่อและฉบับมาตรฐาน ใช้ฉบับเต็มที่โครงการอ้างอิงสำหรับข้อกำหนดรายละเอียด
[3] NFPA A Guide to Fire Alarm Basics Initiation

Facebook Comments