ไฟสำรองและแบตเตอรี่ Fire Alarm ตรวจอย่างไรให้มั่นใจเมื่อไฟหลักขัดข้อง

ภาพประกอบบทความ ไฟสำรองและแบตเตอรี่ Fire Alarm ตรวจอย่างไรให้มั่นใจเมื่อไฟหลักขัดข้อง



การมองเห็นแบตเตอรี่อยู่ในตู้ Fire Alarm ยังตอบไม่ได้ว่าระบบจะทำงานได้นานเพียงใดเมื่อไฟหลักดับ ความพร้อมขึ้นอยู่กับความจุที่เลือก สภาพแบตเตอรี่ โหลดจริง และวงจรชาร์จร่วมกัน

ผู้ดูแลอาคารควรรู้ว่าระบบใช้แหล่งจ่ายแบบใด มีเกณฑ์ระยะเวลาสำรองจากเอกสารใด และตรวจด้วยวิธีใด จึงจะติดตามผลได้มากกว่าการดูว่าไฟหน้าตู้ยังติด

ไฟหลักขัดข้องต้องมีแหล่งจ่ายและการเปลี่ยนแหล่งจ่ายที่เหมาะสม

ตู้แจ้งเหตุ แบตเตอรี่และสัญลักษณ์ไฟฟ้า พร้อมรายการแหล่งจ่ายสำรอง
ไฟหลักขัดข้อง ระบบต้องมีแผนรองรับ

ระบบอาจใช้ไฟหลักร่วมกับแบตเตอรี่หรือการจัดแหล่งจ่ายสำรองรูปแบบอื่นตามเกณฑ์ที่ใช้ ต้องตรวจทั้งวิธีเปลี่ยนแหล่งจ่าย การแสดงข้อขัดข้อง และความสามารถจ่ายโหลดที่จำเป็น ไม่ควรดูเฉพาะตู้หลักหากมีชุดจ่ายไฟหรือเครื่องขยายเสียงแยกอยู่ที่อื่น

กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 พ.ศ. 2535 ข้อ 14 มีข้อกำหนดระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองสำหรับอาคารในขอบเขต โดยระบุไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงสำหรับกลุ่มภาระที่รวมสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ [1] ข้อกำหนดนี้ต้องพิจารณาในบริบทระบบไฟฟ้าสำรองอาคาร และไม่ควรนำไปสรุปเป็นขนาดหรือเวลาของแบตเตอรี่ Fire Alarm ทุกโครงการ

สำหรับงานจริง ให้ระบุเกณฑ์ที่ใช้กับระบบนั้นจากกฎหมาย มาตรฐานฉบับที่อ้าง แบบ และคู่มืออุปกรณ์ หากเอกสารให้เงื่อนไขต่างกัน ต้องให้ผู้ออกแบบชี้แจงก่อนเลือกแหล่งจ่ายหรือทดสอบ ไม่ใช้ระยะเวลาที่จำได้จากอาคารอื่นแทน

คำนวณความจุจากโหลดช่วงปกติและช่วงแจ้งเตือน

แบตเตอรี่ เครื่องคิดเลขและแบบ พร้อมรายการรวมโหลดเพื่อเลือกความจุ
ขนาดแบตเตอรี่ ต้องคำนวณจากโหลด

โหลดช่วงเฝ้าระวังคือการใช้ไฟขณะระบบทำงานปกติ ส่วนโหลดช่วงแจ้งเตือนรวมอุปกรณ์ที่ทำงานตามลำดับสั่งงาน เช่น เสียง แสง โมดูล และส่วนอื่นที่รับไฟจากชุดเดียวกัน ปริมาณใช้ไฟสองช่วงนี้อาจต่างกันมาก [2]

แนวคิดพื้นฐานคือรวมกระแสของแต่ละช่วงกับระยะเวลาที่ต้องรองรับ แล้วพิจารณาปัจจัยเผื่อและเงื่อนไขตามมาตรฐานและผู้ผลิต ผู้ออกแบบยังต้องตรวจชนิดแบตเตอรี่ พิกัดเครื่องชาร์จ ขนาดตู้ และวิธีต่อที่ผู้ผลิตรองรับ จึงไม่ควรเลือกแบตเตอรี่จากค่าความจุสูงที่สุดที่ใส่ตู้ได้

ตัวอย่างเช่น อาคารเพิ่มไฟกระพริบและโมดูลสั่งงานหลังเปิดใช้งาน หากยังใช้การคำนวณแบตเตอรี่ชุดเดิมก็อาจไม่สะท้อนโหลดปัจจุบัน ควรปรับบัญชีอุปกรณ์และรายการคำนวณทุกครั้งที่เพิ่มภาระ พร้อมตรวจชุดจ่ายไฟย่อยที่ได้รับผลด้วย

แบตเตอรี่ที่มีแรงดันอาจมีความจุไม่พอ

ช่างใช้เครื่องมือทดสอบแบตเตอรี่ พร้อมข้อความแรงดันไม่ยืนยันความจุ
แบตเตอรี่เสื่อม อาจมองภายนอกไม่เห็น

การตรวจภายนอกควรดูการบวม รั่ว ความเสียหาย ขั้วต่อ และข้อมูลวันติดตั้งโดยไม่เปิดหรือสัมผัสส่วนไฟฟ้าที่ไม่อยู่ในหน้าที่ หากพบผิดปกติให้แจ้งผู้ดูแล การไม่มีความเสียหายภายนอกไม่ได้ยืนยันว่าความจุยังผ่านเกณฑ์

ผู้มีความรู้ควรตรวจสภาพการชาร์จและทดสอบด้วยวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด การวัดแรงดันเพียงครั้งเดียวไม่แทนการประเมินความสามารถรองรับโหลด รายงานควรระบุรุ่นแบตเตอรี่ อายุใช้งานโดยประมาณ วิธีทดสอบ เกณฑ์ประเมิน และผลที่ได้

เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ ให้ตรวจความเข้ากันได้และคำแนะนำเกี่ยวกับการเปลี่ยนเป็นชุด หลีกเลี่ยงการผสมชนิดหรือสภาพที่ไม่เป็นไปตามคู่มือ หลังดำเนินการต้องทดสอบและคืนระบบพร้อมบันทึกข้อมูลใหม่ เพื่อให้ผู้ดูแลติดตามครั้งต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อควรตรวจสอบสำหรับผู้อ่าน

มีรายการแหล่งจ่ายหลักและสำรองครบทุกชุด

เกณฑ์เวลาสำรองมีเอกสารและเงื่อนไขกำกับ

รายการคำนวณรวมโหลดที่เพิ่มภายหลัง

ทราบรุ่น วันติดตั้ง และผลทดสอบแบตเตอรี่

หลังเปลี่ยนหรือซ่อมมีการทดสอบและคืนระบบ

การนำไปใช้กับอาคารของคุณ

ไฟสำรองควรตรวจจากเกณฑ์ออกแบบและสภาพจริงร่วมกัน หากต้องการตรวจแบตเตอรี่หรือทบทวนโหลดหลังขยายระบบ สามารถติดต่อ บริษัท ซีเมเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด ผ่าน www.cmajortechnology.com

แหล่งอ้างอิง

[1] กระทรวงมหาดไทย กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 พ.ศ. 2535 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

[2] NFPA A Guide to Fire Alarm Basics

[3] วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2567

รายการหนังสือยืนยันชื่อและฉบับมาตรฐาน ใช้ฉบับเต็มที่โครงการอ้างอิงสำหรับข้อกำหนดรายละเอียด

Facebook Comments