เสียงเตือนและไฟกระพริบ Fire Alarm ออกแบบอย่างไรให้ผู้ใช้อาคารรับรู้เหตุ

ภาพประกอบบทความ เสียงเตือนและไฟกระพริบ Fire Alarm ออกแบบอย่างไรให้ผู้ใช้อาคารรับรู้เหตุ



การได้ยินกระดิ่งดังขณะยืนข้างตู้ไม่ได้ยืนยันว่าคนในห้องประชุม ห้องน้ำ หรือพื้นที่เครื่องจักรรับรู้สัญญาณได้เหมือนกัน ระบบแจ้งเตือนต้องประเมินจากตำแหน่งที่คนใช้งานจริง

เสียงและแสงมีบทบาทช่วยสื่อสารเหตุ แต่ต้องเลือกและติดตั้งให้เหมาะกับพื้นที่และผู้ใช้อาคาร การตรวจรับจึงควรมีหลักฐานเรื่องความครอบคลุม ไม่ใช้จำนวนอุปกรณ์เป็นคำตอบเพียงอย่างเดียว

เสียงเตือนต้องพิจารณาเสียงพื้นหลังและผนังห้อง

เครื่องวัดเสียง กระดิ่งและอุปกรณ์แจ้งเตือน พร้อมปัจจัยเสียงพื้นหลังและผนัง
เสียงเตือนต้อง รับรู้ได้ในพื้นที่ใช้งาน

อุปกรณ์เสียงอาจเป็นกระดิ่ง ไซเรน หรือลำโพงตามระบบที่ออกแบบ การประเมินต้องพิจารณาเสียงพื้นหลัง ประตู ผนัง และระยะทาง เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อระดับเสียงที่ผู้ใช้งานรับรู้ แนวคิดการออกแบบการแจ้งเตือนของ NFPA แยกการแจ้งด้วยเสียงและแสงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน [1]

กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 พ.ศ. 2535 ข้อ 16 และฉบับที่ 39 พ.ศ. 2537 ข้อ 6 กำหนดหลักการส่งเสียงหรือสัญญาณให้ผู้ใช้อาคารรับรู้อย่างทั่วถึงในขอบเขตของแต่ละฉบับ [2][3] ส่วนตัวเลขระดับเสียงและวิธีวัดต้องอ้างเกณฑ์ที่โครงการใช้พร้อมเงื่อนไขพื้นที่ ไม่ควรกำหนดจากความรู้สึกว่าดังพอ

ตัวอย่างเช่น การทดสอบสำนักงานในวันที่ไม่มีคนและปิดเครื่องจักร อาจให้ผลต่างจากวันทำงานจริง ควรระบุสภาพขณะทดสอบ เช่น ประตูเปิดหรือปิด เครื่องจักรทำงานหรือไม่ เพื่อให้ผู้ออกแบบประเมินว่าผลสะท้อนการใช้งานได้เพียงใด

ไฟกระพริบช่วยให้รับรู้ด้วยสายตา

ไฟกระพริบบนผนังและผู้ใช้รถเข็น พร้อมรายการพิจารณาการรับรู้ด้วยสายตา
ไฟกระพริบ ช่วยการรับรู้ด้วยสายตา

ไฟกระพริบหรือ Strobe เป็นอุปกรณ์แจ้งเตือนด้วยแสงที่ต้องเลือกสมรรถนะและตำแหน่งให้เหมาะกับพื้นที่ ควรพิจารณาผู้มีข้อจำกัดด้านการได้ยิน รวมถึงสถานที่ซึ่งเสียงพื้นหลังหรือการใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยินมีผลต่อการรับรู้

การเพิ่มไฟกระพริบเพียงจุดเดียวไม่ได้รับรองว่ามองเห็นทั่วทุกห้อง ต้องตรวจแนวสายตา ผนัง ชั้นวาง และสภาพแสง พร้อมเกณฑ์การครอบคลุมที่ใช้ หากมีหลายอุปกรณ์ ต้องตรวจการทำงานร่วมกันและความเข้ากันได้กับตู้หรือวงจรจ่ายไฟ

ตัวอย่างเช่น พื้นที่บริการที่ปรับเคาน์เตอร์หรือเพิ่มป้ายโฆษณาอาจบังไฟกระพริบเดิม ผู้ดูแลสามารถเดินตรวจจากจุดใช้งานจริงและบันทึกตำแหน่งที่มองไม่เห็น แต่การเลือกความเข้มแสงหรือปรับตำแหน่งต้องให้ผู้มีความรู้ประเมินตามเกณฑ์ ไม่เพิ่มอุปกรณ์โดยไม่ตรวจโหลดวงจร

ตรวจรับในสภาพใกล้การใช้งานและบันทึกจุดที่ต้องแก้

ช่างวัดเสียงบริเวณห้องปิด พร้อมรายการตรวจรับใกล้สภาพใช้งานจริง
ตรวจรับ ในสภาพใกล้การใช้งานจริง

วางแผนทดสอบโดยแจ้งผู้ใช้อาคารล่วงหน้าและกำหนดพื้นที่ตรวจให้ครอบคลุม โดยเฉพาะห้องปิด พื้นที่เสียงดัง และจุดที่มีผู้ใช้ซึ่งต้องการความช่วยเหลือ ระดับเสียงควรตรวจด้วยเครื่องมือและวิธีที่เหมาะสม พร้อมบันทึกเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ

หากระบบใช้เสียงประกาศ ต้องพิจารณาความเข้าใจของข้อความร่วมด้วย การได้ยินว่ามีเสียงไม่เท่ากับการฟังคำสั่งรู้เรื่อง อาจต้องทบทวนตำแหน่งลำโพง เสียงสะท้อน หรือข้อความที่ใช้ โดยประสานกับผู้รับผิดชอบแผนอพยพ

เมื่อพบจุดรับรู้ไม่ชัด ให้บันทึกตำแหน่ง สภาพห้อง และผลตรวจ แล้วให้ผู้ออกแบบกำหนดการแก้ไข หลังเพิ่มหรือปรับอุปกรณ์ควรทดสอบซ้ำในพื้นที่ที่ได้รับผล รวมถึงตรวจพิกัดไฟเลี้ยงและไฟสำรอง การดูแลต่อเนื่องต้องทบทวนอีกครั้งเมื่อมีการกั้นห้องหรือเปลี่ยนกิจกรรม

ข้อควรตรวจสอบสำหรับผู้อ่าน

ตรวจเสียงจากพื้นที่ที่คนอยู่จริง ไม่ใช่เฉพาะข้างอุปกรณ์

ระบุเสียงพื้นหลังและสภาพประตูขณะทดสอบ

ไฟกระพริบไม่ถูกป้ายหรือชั้นวางบดบัง

มีการพิจารณาผู้มีข้อจำกัดด้านการได้ยิน

จุดที่แก้ไขมีผลทดสอบซ้ำและตรวจโหลดระบบ

การนำไปใช้กับอาคารของคุณ

การแจ้งเตือนที่เหมาะสมต้องทำให้คนรับรู้และปฏิบัติตามแผนได้ หากต้องการตรวจความครอบคลุมของเสียงและแสงหลังปรับปรุงพื้นที่ สามารถติดต่อ บริษัท ซีเมเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด ที่ www.cmajortechnology.com

แหล่งอ้างอิง

[1] NFPA A Guide to Fire Alarm Basics Notification

[2] กระทรวงมหาดไทย กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 พ.ศ. 2535 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

[3] กระทรวงมหาดไทย กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 พ.ศ. 2537 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

Facebook Comments