คำถามว่า “อาคารนี้ต้องติด Fire Alarm หรือไม่” ตอบจากจำนวนชั้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ อาคารที่มีรูปลักษณ์คล้ายกันอาจใช้เป็นสำนักงาน ที่พัก หรือคลังสินค้า ซึ่งมีขอบเขตกฎหมายและความเสี่ยงต่างกัน การซื้ออุปกรณ์ก่อนตรวจข้อมูลอาจทำให้ติดตั้งไม่ครบหรือเลือกระบบไม่เหมาะกับการใช้งาน
เจ้าของอาคารเริ่มตรวจเบื้องต้นได้ด้วยข้อมูลพื้นฐานของอาคาร แล้วนำไปเทียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การตรวจนี้ช่วยจัดประเด็นสำหรับคุยกับผู้ออกแบบ แต่ยังไม่ใช่การรับรองว่าอาคารผ่านข้อกำหนดทั้งหมด
เริ่มจากประเภทและการใช้อาคารจริง

ข้อมูลชุดแรกคืออาคารใช้ทำอะไร มีผู้พักค้างคืนหรือไม่ เปิดให้ประชาชนเข้าใช้หรือไม่ และมีพื้นที่เสี่ยงเฉพาะใดบ้าง ต่อมาจึงตรวจจำนวนชั้น ความสูง และพื้นที่ตามวิธีคำนวณของกฎหมาย รวมถึงดูว่าเป็นอาคารใหม่ อาคารเดิม หรืออาคารที่กำลังดัดแปลง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 พ.ศ. 2535 ข้อ 1 นิยามอาคารสูงโดยใช้ความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป และนิยามอาคารขนาดใหญ่พิเศษโดยใช้พื้นที่รวมทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป โดยมีวิธีวัดและเงื่อนไขในนิยาม ส่วนข้อ 16 กำหนดเรื่องระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ [1]
อาคารที่ไม่เข้าเกณฑ์ข้างต้นยังต้องตรวจข้อกำหนดอื่น เช่น กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 พ.ศ. 2537 ซึ่งแยกประเภทอาคารและข้อกำหนดระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ไว้ในข้อ 2 และข้อ 4–6 [2] จึงไม่ควรใช้คำว่า “ไม่ใช่อาคารสูง” เป็นเหตุสรุปว่าไม่ต้องมีระบบ
อาคารหนึ่งหลังอาจอยู่ภายใต้หลายกฎหมาย

กฎหมายควบคุมอาคารพิจารณาลักษณะและการใช้อาคาร ขณะที่กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานกำหนดหน้าที่ของนายจ้างในสถานประกอบกิจการ กฎกระทรวงเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 2 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีและดูแลระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยให้พร้อมใช้งานตามขอบเขตกฎกระทรวง [3]
ตัวอย่างเช่น อาคารเช่าซึ่งใช้เป็นสำนักงานและมีคลังสินค้าอยู่ด้านหลัง ต้องตรวจทั้งข้อกฎหมายของอาคารและหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการ ภาระงานของเจ้าของอาคารกับผู้เช่าควรเขียนให้ชัดว่าใครดูแลตู้ส่วนกลาง ใครรับผิดชอบอุปกรณ์ในพื้นที่เช่า และใครประสานเมื่อทดสอบหรือเกิดเหตุ
กิจการบางประเภทอาจมีเงื่อนไขใบอนุญาตหรือกฎหมายเฉพาะเพิ่มเติม รวมถึงข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง จึงควรทำรายการกฎหมายตามสถานที่ตั้งและกิจการจริง ส่วนเงื่อนไขของผู้รับประกันภัยหรือสัญญาเช่าควรจัดแยกไว้ ไม่เรียกรวมว่าเป็นข้อบังคับของกฎหมายไทยทั้งหมด
เตรียมข้อมูลให้ครบก่อนสรุปจำนวนอุปกรณ์

เอกสารที่ควรเตรียมประกอบด้วยแบบที่ได้รับอนุญาต ผังการใช้พื้นที่ปัจจุบัน รายการพื้นที่แต่ละชั้น และประวัติการต่อเติม พร้อมภาพจุดสำคัญ เช่น ห้องเก็บสินค้า ห้องไฟฟ้า ทางสัญจร และตำแหน่งตู้เดิม หากแบบเก่าไม่ตรงกับพื้นที่จริง ควรสำรวจเพิ่มและระบุส่วนที่เปลี่ยนไป
ข้อมูลผู้ใช้อาคารก็มีผลต่อการออกแบบ เช่น มีผู้พักนอน ผู้สูงอายุ หรือผู้มีข้อจำกัดด้านการได้ยินหรือการเคลื่อนไหวหรือไม่ รวมถึงช่วงเวลาที่อาคารมีคนอยู่น้อย การแจ้งเตือนต้องช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องรับรู้เหตุและปฏิบัติตามแผนได้ ไม่ใช่เพียงมีอุปกรณ์ครบตามรายการซื้อ
เมื่อรวบรวมข้อมูลแล้ว ให้ผู้รับผิดชอบออกแบบสรุปเหตุผลว่าใช้กฎหมายและมาตรฐานใด พร้อมกำหนดขอบเขตระบบ ก่อนนำไปขอราคาและติดตั้ง หากเป็นอาคารเดิมหรือเปลี่ยนการใช้งาน ควรตรวจบทเฉพาะกาล ฉบับแก้ไข และเงื่อนไขใบอนุญาตกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย
ข้อควรตรวจสอบสำหรับผู้อ่าน
ทราบประเภทอาคารและกิจกรรมที่ใช้งานจริง
มีข้อมูลความสูง จำนวนชั้น และพื้นที่ที่ตรวจสอบได้
ตรวจทั้งกฎหมายอาคารและกฎหมายของสถานประกอบกิจการ
มีแบบและประวัติการดัดแปลงสำหรับผู้ประเมิน
กำหนดผู้รับผิดชอบระหว่างเจ้าของอาคารกับผู้เช่า
การนำไปใช้กับอาคารของคุณ
การเลือก Fire Alarm ควรเริ่มจากคำตอบว่าอาคารต้องทำอะไรและใครใช้พื้นที่ ก่อนเลือกยี่ห้อหรือจำนวนหัวตรวจจับ บริษัท ซีเมเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด พร้อมเป็นช่องทางให้สอบถามงานสำรวจและวางแผนระบบตามข้อมูลอาคารของท่าน ผ่าน www.cmajortechnology.com
แหล่งอ้างอิง
[1] กระทรวงมหาดไทย กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 พ.ศ. 2535 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 [2] กระทรวงมหาดไทย กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 พ.ศ. 2537 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 [3] กระทรวงแรงงาน กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555ราชกิจจานุเบกษา 9 มกราคม 2556 ข้อ 2 เรื่องจัดให้มีและดูแลระบบให้พร้อมใช้งาน มีสำเนาทางการที่ https://www.kudruea.go.th/index/load_data/?doc=9955


Facebook Comments