โรงงานและคลังสินค้าที่มีพื้นที่เท่ากันอาจต้องใช้แนวทางตรวจจับต่างกันมาก พื้นที่เก็บกระดาษ พื้นที่บรรจุอาหาร และห้องเครื่องมีสิ่งแวดล้อมและลักษณะการเกิดเหตุแตกต่างกัน การเลือกหัวตรวจจับจากขนาดอาคารเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอ
การวางระบบควรเริ่มจากสำรวจเชื้อเพลิง กระบวนการทำงาน รูปทรงอาคาร และการใช้งานประจำวัน แล้วจึงเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมวางแผนทดสอบและบำรุงรักษาตั้งแต่ขั้นออกแบบ
รู้ชนิดวัสดุและกิจกรรมก่อนเลือกหัวตรวจจับ

ข้อมูลที่ควรสำรวจได้แก่ชนิดและปริมาณวัสดุที่เก็บ ขั้นตอนที่เกิดความร้อน งานที่มีฝุ่นหรือไอน้ำ และช่วงเวลาที่มีคนอยู่ในพื้นที่ จากนั้นประเมินลักษณะสัญญาณที่ต้องการตรวจจับและสิ่งรบกวนที่อาจเกิดตามปกติ ข้อมูลเดียวกันนี้ยังช่วยกำหนดวิธีทำงานระหว่างซ่อมและทดสอบ
หัวตรวจจับควันตอบสนองต่ออนุภาคตามเทคโนโลยีของอุปกรณ์ ส่วนหัวตรวจจับความร้อนตอบสนองต่ออุณหภูมิหรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามรุ่น [2] พื้นที่ที่มีไอน้ำจึงไม่ควรเลือกอุปกรณ์ด้วยหลักว่าไวที่สุดย่อมดีที่สุด แต่ต้องตรวจความเหมาะสมและความสามารถในการตรวจจับเหตุที่ต้องการด้วย
ตัวอย่างเช่น คลังบรรจุภัณฑ์ติดกับพื้นที่ล้างอุปกรณ์อาจมีความชื้นและไอน้ำเคลื่อนผ่านตามการเปิดประตู ผู้สำรวจควรบันทึกกิจกรรมจริงและการไหลของอากาศ เพื่อให้ผู้ออกแบบเลือกตำแหน่งหรือเทคโนโลยี โดยไม่เปลี่ยนหัวตรวจจับเป็นชนิดอื่นเพื่อหยุดปัญหาสัญญาณรบกวนทันที
เพดานสูงและชั้นวางมีผลต่อการตรวจจับ

ควันต้องเคลื่อนไปถึงอุปกรณ์จึงจะเกิดการตรวจจับได้ตามหลักการของอุปกรณ์นั้น ความสูงเพดาน คาน หลังคาลาด ช่องระบายอากาศ และชั้นวางสินค้าจึงเป็นข้อมูลออกแบบที่สำคัญ การดูผังพื้นอย่างเดียวอาจไม่เห็นสิ่งกีดขวางด้านบน
หัวตรวจจับควันแบบลำแสงหรือ Beam Detector ใช้หลักการตรวจการลดทอนของลำแสง ส่วนระบบดูดอากาศหรือ Aspirating Smoke Detection นำตัวอย่างอากาศผ่านท่อไปยังชุดตรวจจับ แต่ละเทคโนโลยีมีข้อจำกัดเรื่องแนวติดตั้ง การไหลของอากาศ และการบำรุงรักษา จึงต้องประเมินเป็นรายพื้นที่ ไม่ถือว่าเป็นคำตอบสำหรับเพดานสูงทุกแห่ง
ควรคิดถึงการเข้าถึงเพื่อทดสอบด้วย หากต้องใช้รถกระเช้า ต้องมีทางเข้าและช่วงเวลาหยุดกิจกรรมที่ปลอดภัย การเลือกอุปกรณ์ที่ดูแลไม่ได้ในสภาพใช้งานจริงอาจเพิ่มโอกาสที่งานทดสอบจะถูกเลื่อน ทั้งนี้รูปอุปกรณ์ในสื่อความรู้ใช้สื่อแนวคิด ไม่ควรใช้ระบุรุ่นหรือเป็นแบบติดตั้ง
เปลี่ยนผังคลังสินค้าต้องทบทวนระบบเดิม

การเพิ่มชั้นวาง ย้ายเครื่องจักร หรือเปลี่ยนความสูงการจัดเก็บอาจทำให้แนวลำแสงถูกบัง หรือทำให้พื้นที่บางส่วนรับควันต่างจากเดิม ก่อนเปลี่ยนผังจึงควรส่งข้อมูลให้ผู้ดูแลระบบประเมินผลกระทบ และปรับแบบเมื่อมีการย้ายอุปกรณ์
การแจ้งเตือนก็ต้องสอดคล้องกับสภาพทำงาน เช่น พื้นที่เสียงเครื่องจักรดัง พนักงานใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน หรือพื้นที่แยกจากส่วนสำนักงาน ต้องประเมินวิธีให้ผู้ใช้งานรับรู้เหตุร่วมกับแผนฉุกเฉิน จำนวนกระดิ่งเดิมอาจไม่ตอบโจทย์หลังการขยายพื้นที่
ผู้จัดการคลังสามารถเริ่มด้วยการบันทึกจุดที่ชั้นวางใกล้อุปกรณ์ มีของบังปุ่มแจ้งเหตุ หรือมีการเก็บสินค้าต่างจากแบบเดิม แล้วส่งให้ผู้มีความรู้ตรวจต่อ ไม่ควรย้ายหัวตรวจจับหรือปรับค่าความไวเอง การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านการออกแบบต้องมีผลทดสอบและแบบติดตั้งจริงรองรับ
ข้อควรตรวจสอบสำหรับผู้อ่าน
มีข้อมูลวัสดุ กระบวนการ และสิ่งรบกวนในแต่ละพื้นที่
แบบแสดงความสูงเพดานและความสูงชั้นวาง
อุปกรณ์ที่เลือกเหมาะกับสภาพแวดล้อมและดูแลได้
ประเมินการรับรู้สัญญาณในพื้นที่เสียงดัง
มีขั้นตอนทบทวนระบบเมื่อเปลี่ยนผังหรือชนิดสินค้า
การนำไปใช้กับอาคารของคุณ
ระบบที่เหมาะกับโรงงานและคลังสินค้าต้องอาศัยการสำรวจหน้างานและการดูแลระยะยาว หากกำลังวางระบบใหม่หรือเปลี่ยนผังพื้นที่ สามารถสอบถามงานสำรวจและออกแบบกับ บริษัท ซีเมเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด ผ่าน www.cmajortechnology.com
แหล่งอ้างอิง
[1] วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2567รายการหนังสือยืนยันชื่อและฉบับมาตรฐาน ใช้ฉบับเต็มที่โครงการอ้างอิงสำหรับข้อกำหนดรายละเอียด
[2] NFPA A Guide to Fire Alarm Basics Initiation [3] Honeywell NOTIFIER FSV-951 and FSV-951-IV Installation and Maintenance Instructions I56-4281-001คู่มือเฉพาะรุ่น หน้า 1 เรื่องความเข้ากันได้และระยะ หน้า 2 เรื่องทดสอบ ทำความสะอาด และคืนระบบ


Facebook Comments